หน้าตั้งค่าตำแหน่งโฆษณา Meta Ads แบบใหม่ เทียบหน้าสรุป Advantage+ กับช่องติ๊กเดิม
เมื่อเปิดส่วนตำแหน่งโฆษณา Meta Ads ที่ระดับชุดโฆษณา (Ad Set) บางบัญชีจะเห็นป้ายสีเขียว “Advantage+ เปิดอยู่” พร้อมกล่องสรุป ส่วนหน้าจอเดิมมีช่องติ๊กข้างกลุ่มฟีดและ Reels ลองดูสองภาพนี้คู่กัน จะเห็นว่าแต่ละหน้าบอกอะไรได้บ้าง
หน้าตั้งค่าแบบใหม่ อ่านกล่องสรุป Advantage+ อย่างไร?

ภาพที่ 1 · หน้าจอใหม่ สังเกตป้าย Advantage+ มุมขวาบน และบรรทัด “รวม 19 รายการ”
ป้ายสีเขียวบอกว่าชุดโฆษณานี้เปิดใช้การจัดวางแบบ Advantage+ ส่วนกล่องด้านล่างสรุปการตั้งค่าไว้สี่บรรทัด
เกณฑ์มูลค่า — “ไม่ได้กำหนดไว้” หมายถึงชุดโฆษณานี้ยังไม่มีกฎปรับราคาประมูลตามตำแหน่ง
การควบคุมบัญชี — ภาพระบุว่าไม่มีตำแหน่งที่ยกเว้นสำหรับวัตถุประสงค์ปัจจุบัน วัตถุประสงค์อื่นอาจตั้งไว้ต่างกัน
แพลตฟอร์ม — ในภาพมี Facebook, Instagram, Audience Network, WhatsApp และ Threads
ตำแหน่งโฆษณา — “รวม 19 รายการ” นับพื้นที่แสดงโฆษณา แพลตฟอร์มเดียวมีได้หลายตำแหน่ง เช่น Instagram Feed และ Instagram Reels
เทียบกับหน้าจอเดิม ช่องติ๊กอยู่ตรงไหน?

ภาพที่ 2 · หน้าจอเดิม ฝั่งซ้ายมีช่องติ๊กข้างกลุ่มตำแหน่ง ฝั่งขวาคือตัวอย่าง “ผลการค้นหา”
บรรทัด “แพลตฟอร์ม” แสดง Facebook, Instagram และ Audience Network เป็นข้อความ ช่องติ๊กอยู่ถัดลงมาข้างกลุ่มอย่าง “ฟีด” และ “สตอรี่, สถานะ, Reels” หากต้องการดูว่ากลุ่มฟีดมีพื้นที่ของแอปใดบ้าง ให้ขยายลูกศรข้างชื่อกลุ่ม
ตำแหน่งโฆษณา Meta Ads แบบใหม่ต่างจากแบบเดิมตรงไหน?
จุดที่ดู | หน้าสรุปแบบใหม่ (ภาพที่ 1) | หน้าจอเดิม (ภาพที่ 2) |
ตำแหน่งที่มองเห็น | สรุปว่า “รวม 19 รายการ” | แยกเป็นกลุ่ม พร้อมช่องติ๊กและลูกศร |
รายชื่อแพลตฟอร์ม | เห็น 5 ชื่อ รวม WhatsApp และ Threads | เห็น 3 ชื่อ ได้แก่ Facebook, Instagram และ Audience Network |
การยกเว้น | ระบุว่าไม่มีสำหรับวัตถุประสงค์ปัจจุบัน | ขึ้นว่า “ตำแหน่งโฆษณาที่ยกเว้น: ไม่มี” |
จุดที่ดูต่อ | ข้อความเหนือกล่องสรุปชี้ไปที่ชิ้นงานโฆษณา | ขยายรายการย่อยของแต่ละกลุ่ม |
สองภาพนี้ไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์แคมเปญ จำนวน 5 แพลตฟอร์มและ 19 ตำแหน่งจึงเป็นตัวเลขของหน้าจอตัวอย่าง จากภาพเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่า Meta เพิ่งเพิ่ม WhatsApp หรือ Threads
บัญชีไหนยังเลือกตำแหน่งเองได้?
ข้อมูล ณ 5 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า Meta ทยอยเปลี่ยนตัวเลือกที่ระดับชุดโฆษณาตามวัตถุประสงค์ หากจะเทียบสองบัญชี ให้เริ่มจากชุดโฆษณาที่ใช้วัตถุประสงค์เดียวกัน
กลุ่มที่ทยอยเปลี่ยน — การมีส่วนร่วม (Engagement), ลูกค้าเป้าหมาย (Leads), โปรโมตแอป (App promotion) และยอดขาย (Sales)
กลุ่มที่ยังเลือกตำแหน่งเองได้ — การรับรู้ (Awareness) และจำนวนผู้เข้าชม (Traffic)
ก่อนแก้แคมเปญ ดูก่อนว่าต้องการเปลี่ยนอะไร
ตำแหน่งที่ควรเปิดดูขึ้นอยู่กับปัญหาที่เจอ เช่น ร้านเสื้อผ้าอาจต้องตรวจคนละจุดในสามกรณีนี้
ภาพสินค้าโดนตัดใน Reels — เปิดตัวอย่างที่ระดับโฆษณา แล้วแก้เฉพาะรูปหรือวิดีโอที่มีปัญหา
ร้านต้องยกเว้นบางพื้นที่ — เปิดการควบคุมบัญชี (Account Controls) ตรวจว่ามีตำแหน่งนั้นให้ยกเว้นหรือไม่ และการตั้งค่าจะมีผลกับแคมเปญใดบ้าง
อยากรู้ว่าตำแหน่งไหนใช้งบมาก — เลือกชุดโฆษณาและช่วงวันที่เดียวกัน แล้วแยกรายงานตามตำแหน่ง
หากบัญชีมีเกณฑ์มูลค่าของตำแหน่งโฆษณา (Placement Value Rules) การลดราคาประมูลยังเปิดโอกาสให้โฆษณาแสดงในตำแหน่งนั้นได้ หากร้านต้องยกเว้นพื้นที่ ให้ตรวจตัวควบคุมการยกเว้นโดยตรง
ถ้าอยากใช้รูปในฟีดและวิดีโอใน Reels ต้องดูตรงไหน?
เปิดระดับ โฆษณา (Ad) แล้วไปที่ชิ้นงาน หากโฆษณานั้นรองรับการปรับสื่อรายตำแหน่ง ร้านอาจใช้รูปสี่เหลี่ยมในฟีดและวิดีโอแนวตั้งใน Reels เปิดภาพตัวอย่างทั้งสองแบบเพื่อดูว่าราคาและรายละเอียดสินค้าอยู่ในกรอบ
การเลือกสื่อมีผลกับชิ้นงานที่คนเห็น หากต้องการให้ทั้งชุดลงเฉพาะ Facebook ให้ตรวจตัวเลือกการจัดวางหรือการยกเว้นที่บัญชีรองรับด้วย
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าโฆษณาแสดงที่ไหนจริง?
หลังแอดเริ่มทำงาน เลือกชุดโฆษณาและช่วงวันที่ใน Ads Manager แล้วเปิด รายละเอียดแยกย่อย (Breakdown)
แยกตามแพลตฟอร์ม เมื่อต้องการเทียบ Facebook กับ Instagram
แยกตามตำแหน่งโฆษณา เมื่อต้องการดูละเอียดถึงฟีดหรือ Reels ให้อ่านยอดเงินที่ใช้คู่กับจำนวนครั้งที่แสดงผลและผลลัพธ์ของแต่ละแถว
ตัวอย่างอ่านรายงาน เมื่อ Reels ใช้งบมากกว่าฟีด
สมมติร้านเสื้อผ้าดูยอดซื้อในช่วง 7 วัน โดยใช้การตั้งค่าการนับผลเดียวกัน ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อคำนวณจากเงินที่ใช้หารด้วยจำนวนการซื้อ
Facebook Feed ใช้ 900 บาท ได้ 3 คำสั่งซื้อ เฉลี่ย 300 บาทต่อคำสั่งซื้อ
Instagram Reels ใช้ 1,200 บาท ได้ 6 คำสั่งซื้อ เฉลี่ย 200 บาทต่อคำสั่งซื้อ
ในตัวอย่างนี้ Reels ใช้งบมากกว่า แต่ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อต่ำกว่า 100 บาท ผลมาจากคำสั่งซื้อเพียง 9 ครั้ง และแต่ละตำแหน่งได้รับงบต่างกัน ก่อนปรับงบควรเทียบมูลค่าคำสั่งซื้อและกำไรด้วย
หากแถวใดมียอดซื้อเป็นศูนย์ ให้บันทึกว่า “ยังคำนวณต้นทุนต่อคำสั่งซื้อไม่ได้” หากวัดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ ให้แยกผู้ซื้อครั้งแรกจากผู้ซื้อซ้ำ อ่านต่อเรื่อง การหาลูกค้าใหม่ด้วย Customer Lifecycle Strategy ของ Meta
สรุปความต่างของหน้าตั้งค่าตำแหน่งโฆษณา Meta Ads
หน้าจอใหม่ แสดงสถานะ Advantage+ รายชื่อแพลตฟอร์ม และจำนวนตำแหน่งของชุดโฆษณา
หน้าจอเดิม แสดงช่องติ๊กข้างกลุ่มตำแหน่ง เช่น ฟีดหรือผลการค้นหา พร้อมลูกศรให้ขยายรายการย่อย
ถ้าจะเช็กว่าเงินไปไหน ใช้รายงานแยกตามตำแหน่ง แล้วเทียบยอดใช้จ่ายกับผลลัพธ์ในช่วงวันที่เดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
“รวม 19 รายการ” หมายถึงแอดแสดงครบแล้วหรือยัง?
เลข 19 คือจำนวนตำแหน่งในหน้าตั้งค่าของชุดโฆษณาตัวอย่าง หากต้องการดูว่าแอดแสดงที่ไหนแล้ว ให้เปิดรายงานแยกตามตำแหน่งและดูจำนวนครั้งที่แสดงผลในช่วงวันที่ที่สนใจ
WhatsApp หรือ Threads ใช้งบไปแล้วหรือยัง ดูตรงไหน?
เลือกชุดโฆษณาและช่วงวันที่ใน Ads Manager แล้วแยกรายงานตามแพลตฟอร์ม ดูยอดเงินที่ใช้ในแถวของ WhatsApp หรือ Threads ส่วนรายชื่อบนหน้าสรุปบอกว่าแพลตฟอร์มใดอยู่ในการตั้งค่า
ไม่มีช่องติ๊กแบบเดิม ยังปิดบางตำแหน่งได้ไหม?
ตัวเลือกขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และบัญชี เปิดส่วนตำแหน่งโฆษณาในชุดที่ต้องการแก้ หากร้านต้องยกเว้นพื้นที่ ให้ตรวจการควบคุมบัญชีว่ารองรับตำแหน่งนั้นหรือไม่ และจะมีผลกับแคมเปญใดบ้าง
ภาพถูกตัดใน Reels ต้องปิดทั้ง Instagram ไหม?
เริ่มจากเปิดตัวอย่าง Reels ที่ระดับโฆษณา หากมีตัวเลือกปรับสื่อรายตำแหน่ง ให้แก้การครอปหรือเลือกวิดีโอแนวตั้งเฉพาะ Reels แล้วตรวจตัวอย่างทั้งฟีดและ Reels ก่อนบันทึก








ความคิดเห็น